ทำไมคอร์สลดน้ำหนักส่วนใหญ่ถึงไปไม่รอด
ไม่ใช่เพราะคุณไม่มีวินัยครับ ส่วนใหญ่ที่ผมเจอคือคอร์สนั้นออกแบบมาให้คนที่มีเวลาว่างวันละสองชั่วโมง แล้วคุณต้องเอาชีวิตจริงไปยัดใส่มัน — ประชุมยาว รถติด มื้อเย็นที่เลือกไม่ได้ พอทำตามไม่ได้สักอาทิตย์ก็รู้สึกว่าตัวเองล้มเหลว ทั้งที่คนออกแบบต่างหากที่ไม่ได้นับเวลาของคุณตั้งแต่แรก
ผมเคยอยู่ตรงนั้นเหมือนกัน ตอนเป็นโปรแกรมเมอร์น้ำหนัก 90 กิโล หมอนรองกระดูกทับเส้น ความดันต้องกินยาทุกวัน ลดแบบสุดโต่งจนเหลือ 63 แล้วก็เด้งกลับ สิ่งที่ทำให้รอดจริงคือแผนที่ทำต่อได้ในสัปดาห์ที่งานยุ่งที่สุด ไม่ใช่แผนที่สวยที่สุด
คอร์สลดน้ำหนักของ FitActo ต่างตรงไหน
- ออกแบบจากตารางจริงของคุณ — เริ่มจากคุยว่าสัปดาห์หนึ่งคุณมีเวลาว่างกี่วัน ไม่ใช่ยัดตารางสำเร็จรูปให้
- ไม่อดอาหาร — คุมพลังงานรวมจากอาหารที่คุณกินอยู่แล้ว ไม่ต้องเปลี่ยนเป็นอกไก่กับบรอกโคลี
- เน้นเวทเพื่อไม่ให้เสียกล้ามเนื้อ — ลดแล้วยังดูมีทรง ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนตาชั่งลด
- ปรับแผนทุกสัปดาห์ — สัปดาห์ไหนงานถล่ม แผนก็ต้องขยับตาม ไม่ใช่ให้คุณรู้สึกผิด
ในคอร์สได้อะไรบ้าง
- คุยวางแผนเริ่มต้นกับโค้ชแบบตัวต่อตัว
- แผนออกกำลังกายที่ทำได้กับอุปกรณ์ที่คุณมีจริง — ที่บ้าน คอนโด หรือยิม
- แผนอาหารที่อิงจากอาหารที่คุณกินอยู่แล้ว
- ติดตามผลทางแชตทุกสัปดาห์ พร้อมตรวจฟอร์มจากคลิปที่คุณถ่ายส่ง
- ปรับแผนตามความคืบหน้าจริง ไม่ใช่ตามปฏิทิน
อยากเห็นท่าก่อนตัดสินใจ: เปิดดู
รวมท่าออกกำลังกาย ได้ฟรี ทุกท่ามีวิธีทำทีละขั้นและข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย
มีให้เลือก 2 ระยะเวลา
12
สัปดาห์ · เห็นผลภายใน 3 เดือน
180
วัน · เปลี่ยนวิถีชีวิตระยะยาว
ถ้าเคยลดได้แล้วกลับมาโยโย่ทุกครั้ง แบบ 180 วันคือแบบที่ตรงกับปัญหาคุณมากกว่า เพราะงานหลักไม่ใช่การลด แต่คือการอยู่กับมันให้ได้หลังจบคอร์ส
ใครที่ผมยังไม่รับ
ผมไม่รับลูกค้าที่ยังมีอาการเฉียบพลัน — ปวดหลังรุนแรง ขาชา หรือปวดร้าวลงขา ต้องผ่านการประเมินจากแพทย์ก่อนครับ FitActo ดูแลช่วงหลังฟื้นฟูเท่านั้น
เริ่มยังไง
เริ่มจากประเมินเป้าหมายฟรีก่อน คุยกันตรง ๆ ว่าเป้าที่คุณตั้งไว้สมเหตุสมผลกับเวลาที่มีไหม ถ้าไม่เหมาะกัน ผมบอกตรง ๆ ดีกว่าให้คุณจ่ายแล้วเลิกกลางทาง
ดูรายละเอียดและราคาที่หน้าแรก →